เกือบพ่ายสองเกมติด

เกือบพ่ายสองเกมติด เสือใหญ่คะแนนมีสิทธิต่ำลง หลังครึ่งแรกสกอร์ตามไม่ทัน

เกือบพ่ายสองเกมติด ครึ่งแรกเละ ครึ่งหลังโหมบุกกระหน่ำซัดสามประตูรวดไล่เจ๊า 

เกือบพ่ายสองเกมติด “เดอะ แบ็กกี้ส์” แพ้มาสองเกมแรก ปัจจุบันโดนแพ้ เอฟเวอร์ตัน เละเทะ 2-5 ระหว่างที่ฝั่ง เชลซี แพ้คาบ้านให้ หงส์แดง มา 0-2

สลาเวน บิลิช กุนซือเวสต์บรอมวิช เกมนี้ส่ง คัลลั่ม โรบินสัน เป็นทีเด็ดในแนวรุก ตอนที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เกมนี้ส่ง ติอาโก้ ซิลวา ลงเล่นในลีกเป็นเกมแรก โดยแนวรุกใช้ แทมมี่ อบราฮัม ยืนค้ำหน้าแล้วก็ใช้สามผสานอย่าง เมสัน เมาท์, ติโม แวร์เนอร์ และไค ฮาแวร์ตซ์ สนับสนุน

เริ่มเกมมาได้เพียงแค่ 4 นาทีแรก กลายเป็นเจ้าของบ้าน เวสต์บรอมวิช ที่ชิงขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ มาร์กอส อลอนโซ่ สกัดบอลไม่ดีไปเข้าทาง มาเตอุส เปเรยร่า กระชากขึ้นมาก่อนแทงออกซ้ายให้ คัลลั่ม โรบินสัน ซัดบอลลอดขา รีซ เจมส์ ผ่านมือ วิลลี่ กาบาเยโร่ เสียบมุมเข้าไปอย่างเด็ดขาด

นาที 10 โอกาสส่องเข้ากรอบหนแรกของ “สิงห์บลูส์” ได้ลุ้นเหมือนกัน เมสัน เมาท์ ไหลเข้ากึ่งกลางให้ ไค ฮาแวร์ตซ์ ตะบันด้วยซ้ายนอกกรอบแม้บอลจะพุ่งตรงตัว แซม จอห์นสตัน แต่ว่าด้วยความแรงต้องตีออกไป

สมาชิกของ แลมพาร์ด บุกกดดันอย่างหนัก นาที 12 พลาดโอกาสไล่ตีเสมออีกครั้ง โอกาสนี้ รีซ เจมส์ ครอสบอลมาหน้าประตู แต่ แทมมี่ อบราฮัม ดันแปด้วยซ้ายหลุดกรอบอย่างน่าเสียดาย อย่าหาว่าเก่ง

นาที 15 “สิงห์บลูส์” รุกขึ้นมาอีกที เมสัน เมาท์ ฉีกออกทางขวาก่อนเปิดมาหน้าประตูให้ ติโม แวร์เนอร์ แปย้ำๆแต่บอลพุ่งไปชนคานอย่างจัง ชวดได้ประตูตีเสมอแบบน่าช้ำใจ! เชลซี โหมบุกมาโดยตลอด นาที 21 รีซ เจมส์ ปาดมาเสาแรก เมสัน เมาท์ โฉบมายิงด้วยขวาแต่บอลยังค่อยไปเข้ามือ จอห์สตัน

จนถึง นาที 25 กลุ่มเยือนที่บุกอยู่ดีๆมาพลาดแบบง่ายๆข้างหลัง ติอาโก้ ซิลวา ที่ประเดิมครั้งแรกในลีก จับอลพลาดปล่อยให้ คัลลั่ม โรบินสัน ฉกบอลลากเข้าไปยิงผ่านตัว วิลลี่ กาบาเยโร่ ให้ “เดอะ แบ็กกี้ส์” นำห่าง 2-0 รวมทั้งเป็นประตูลำดับที่สองในเกมนี้ของเจ้าตัวอีกด้วย

เท่านั้นยังไม่พอ อีก 2 นาทีถัดมา แฟนสิงห์ทั่วโลกมาช็อกอีกเมื่อ “สิงห์บลูส์” มาเสียประตูที่สาม จากจังหวะลูกคอนเนอร์โยนมากลางประตูให้ ดาร์เนลล์ เฟอร์ทดลอง โขกขัดไปเสาไกลถึง ไคล์ บาร์ทลี่ย์ ที่ไม่ล้ำหน้าใส่มายิงด้วยขวาไม่ถึง 5 หลาจ่ายบอลแทงมุมเข้าไป เวสต์บรอมวิช นำลิ่ว 3-0

รูปเกมถึงแม้ เชลซี จะครอบครองบอลได้มากกว่าแม้กระนั้นจังหวะท้ายที่สุดยังไม่คมเพียงพอ นาที 40 รีซ เจมส์ ครอสมาเสาแรกให้ แทมมี่ อบราฮัม แปตามน้ำบอลโผบินโด่งผ่านคานไปแบบหมดลุ้น

เกือบพ่ายสองเกมติด

จบครึ่งแรก เจ้านกป่า นำ สิงโตน้ำเงิน 3-0

ครึ่งหลัง แฟร้งค์ แลมพาร์ด แก้เกมด้วยการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึงสองตำแหน่งถอดทั้ง มาร์กอส อลอนโซ่ แล้วก็มาเตโอ โควาซิช ออกแล้วส่ง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และคัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ลงไปเล่นแทน

นาที 55 “สิงห์บลูส์” ได้ประตูตีไข่แตกไล่เจ้าบ้านมาเป็น 1-3 สำเร็จจากจังหวะที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า จ่ายเข้ากึ่งกลางมาให้ เมสัน เมาท์ กดด้วยขวานอกกรอบ บอลพุ่งติดไซด์ก้อยเสียบเสาแรกเข้าไป

นาที 70 เชลซี ไล่มาเป็น 2-3 ตอนนี้เป็นการประสานงานอันเยี่ยม แวร์เนอร์ จ่ายให้ ฮัดสัน-โอดอย เล่นชิ่งกับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนที่จะ โอดอย จะหลุดเข้าไปซัดเปรี้ยงเสียบมุมเสาไกลเข้าไปอย่างเด็ดขาด ผลบอลสด

อีก 3 นาทีต่อมา แลมพาร์ด เสริมเกมรุกคนสุดท้ายส่ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ลงไปเล่นแทน ติอาโก้ ซิลวา นาที 76 กลุ่มเยือนหวุดหวิดได้ลุ้นตีเสมอ! รีซ เจมส์ เปิดมาให้ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ได้หวดด้วยขวานอกกรอบบอลพุ่งแรงแต่ว่ายังไปเข้ามือ แซม จอห์นสตัน

ด้านหลังเกม นาที 89 ติโม แวร์เนอร์ ได้โอกาสซัดด้วยขวาจากนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ หน้าจอร์นสตัน เกมทำท่าว่าจะจบด้วยชัยชนะของเจ้าถิ่น แต่แล้ว ตอนทดเจ็บ นาที 90+3 เชลซี มาได้ประตูตีเสมอ 3-3 จนได้ จากจังหวะที่ เมสัน เมาท์ ซัดบอลไปติดเซฟของ แซม จอห์นสตัน ดูบอลสด

ก่อนมาเข้าทาง แทมมี่ อบรามฮัม ตามเข้าไปซ้ำไม่เหลือ แม้ว่าผู้เล่นของเจ้าถิ่นจะฟ้องว่ามีจังหวะแฮนด์บอลก่อนหน้านั้น แต่หลังผู้ตัดสินได้เช็กจาก วีเออาร์ แล้วตัดสินยืนยันให้ประตูแก่สิงห์บลูส์ จบเกม เวสต์บรอมวิช เสมอ เชลซี 3-3 แบ่งแต้มกันไปกลุ่มละคะแนน

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เวสต์บรอมวิช (5-4-1) : แซม จอห์นสตัน – ดาร์เนลล์ เฟอร์ลอง, เซมี่ อเจยี่, ไคล์ บาร์ทลี่ย์, ดารา โอเช, คอเนอร์ ทาวน์เซนด์ – มาเตอุส เปเรยร่า, โรเมน ซอว์เยอร์ส, เจค ลิเวอร์มอร์, เกรดี้ เดียนกาน่า (แมทธิว ฟิลลิปส์ น.74) – คัลลั่ม โรบินสัน (ฮัล ร็อบสัน-คานู น.66)

เชลซี (4-3-3) : วิลลี่ กาบาเยโร่ – รีซ เจมส์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.73), มาร์กอส อลอนโซ่ (คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย น.46) – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, มาเตโอ โควาซิช (เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า น.46)- ไค ฮาแวร์ทซ์, ติโม แวร์เนอร์, เมสัน เมาน์ท – แทมมี่ อบราฮัม