ทิ้งไปถึงสิบแต้ม

ทิ้งไปถึงสิบแต้ม แมนซิตี้บุกขย้ำเอฟเวอร์ตันแบบขาดลอย ชนะเป็นเกมที่ 17 แล้ว

ทิ้งไปถึงสิบแต้ม เรือใบสีฟ้า ยังเดินหน้าคว้าแชมป์โดยตลอดข้างหลังบุกไปอัด เอฟเวอร์ตัน แบบสนุกสนาน 3-1 เก็บสามแต้มนำเป็นผู้นำฝูงมี 56 คะแนน

ทิ้งไปถึงสิบแต้ม ทิ้งแมนฯยูไนเต็ด ที่แข่งขันเสมอกันที่ 10 คะแนนแล้ว แล้วก็ทิ้งแชมป์เก่าลิเวอร์พูลถึง 16 คะแนน ทั้งยังยังทำสถิติยอดเยี่ยมด้วยการชนะเป็นเกมที่ 17 ต่อเนื่องกันทุกรายการ ในเกมพรีเมียร์ลีก นัดหมายหลงเหลือ

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดหมายหลงเหลือ เอฟเวอร์ตัน ชั้น 7 เปิดฉันดิสัน พาร์ค ต่อกรหัวหน้าฝูงฟอร์มฮอต แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเกมปัจจุบันเมื่อสุดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ผ่านมา “ลูกกวาด” แพ้คาบ้านให้ ฟูปาดม 0-2 ส่วน “เรือใบสีฟ้า” ผลงานยังยอดเยี่ยมต้อน สเปอร์ส 3-0

คาร์โล อันเชล็อตว่ากล่าว ไม่มีโดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน ศูนย์หน้าตัวเก่งที่เจ็บ ทำให้ ริชาร์ลิชอน ถูกดันมาเล่นหน้าเป้า และก็ให้ กิลฟี้ ซิกูร์ดส์สัน และก็อเล็กซ์ อิโม้บี้ ปั้นเกมช่วยเหลือ เวลาที่ จอร์แดน พิคฟอร์ด นายด่านมือชั้นยอดคัมแบ็กกลับมาเฝ้าเสา

ส่วน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พาทีมชนะรวดมา 16 นัดหมายติดทุกรายการ เกมนี้แม้ว่าจะไม่มี อิลคาย กุนโดกันที่เจ็บ แต่ว่าข่าวดีเป็นได้ เควิน เดอ บรอยน์ กลับมามีชื่อเป็นตัวสำรองเหมือนกันกับ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ โดยแนวรุกวางสามผสานเป็น ริยาด ปีศาจเรซ, กาเบรียล เชซุส และก็ราฮีม สเตอร์ลิง ยูเว่สู้ปอร์โต้ไม่ไหว

เอฟเวอร์ตัน (3-4-2-1) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – เยร์รี่ มีน่า (เซมุส โคลแมน น.19), ไมเคิ่ล คีน, เมสัน โฮลเกต – เบน ก็อดฟรี่ย์, อับดูลาย ดูกูเร่, ทอม เดวิส (ฮาเมส โรดริเกซ น.69), ลูก้าส์ ดีญ – กิลฟี่ ซิกูร์ดส์สัน, อเล็กซ์ อิโวบี้ (โจชัว คิง น.69) – ริชาร์ลิซอน

แมนฯซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส – ไคล์ วอล์คเกอร์, รูเบน ดิอาส, อายเมอริก ลาป๊อร์ก, ชูเอา กานเซโล่ – แบร์นาร์โด้ ซิลวา, โรดรี้ (แฟร์นานดินโญ่ น.90+2), ฟิล โฟเด้น – ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส (เควิด เดอบรอยน์ น.80), ราฮีม สเตอร์ลิง

เริ่มครึ่งแรกมาได้เพียงแค่ 2 นาที เรือใบสีฟ้า มาอย่างดุ รูเบน ดิอ๊าส แทงให้ ยกเอา กานเซโล่ ได้อัดนอกกรอบด้วยขวาแม้กระนั้นบอลยังไปติดเซฟของ จอร์แดน พิคฟอร์ด ปัดออกข้างหลัง อีกสี่นาทีต่อมา กางร์ที่นาร์โด้ สิลวา กลับบอลยิงนอกกรอบแต่ว่าก็ค่อยไปเข้ามือนายด่านลูกอมอีก

ทิ้งไปถึงสิบแต้ม

ทัพเรือใบยังพับสนามบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นอย่างมากถ่วง นาที 18 ได้ช่องลุ้น

หลัง โรดรี้ ผ่านบอลให้ กาเบรียล เชซุส หลุดเข้าไปในกรอบแม้กระนั้นจังหวะยิงด้วยซ้ายโดนแทรกทำให้ซัดหลุดกรอบไป ผลบอลสด

นาที 19 เยร์ปรี่ มีน่า เล่นต่อไม่ไหวทำให้ เอฟเวอร์ตัน จะต้องสลับตัวคนแรกด้วยการส่ง เซมุส วัวลแมน ลงเล่นแทน นาที 26 ราฮีม สเตอร์ลิง กลับบอลแล้วแทงเข้าไปในกรอบให้ กาเบรียล เชซุส ดึงจังหวะเข้าขวาก่อนซัดไปไถล ไมเคิ่ล คีน บอลลอยไปเข้ามือ จอร์แดน พิคฟอร์ด

นาที 33 ข้างหลังนวดอยู่นาน แมนฯสิตี้ มาชิงขึ้นนำ 1-0 จนได้ บอลจาก ริยาด ภูติเรซ ครอสไปหน้าประตู เบน ก็อดฟรี่ย์ กระแทกสกัดไม่ดีไปเข้าทาง ฟิล โฟเด้น

วิ่งมาอัดด้วยขวาสุดแรงเกิดบอลพุ่งไปไถลขา เชมุส วัวลแมน ผ่านตัวจอร์แดน พิคฟอร์ดเข้าไป เป็นประตูที่ 6 ในฤดูกาลนี้ของตัวรุกวัย 20 ปี

กระนั้น นาที 38 เอฟเวอร์ตัน มาไล่ตีเสมอ 1-1 ได้ทันทีทันใด แล้วก็เป็นช่องทางเข้าทำหนแรกของเกมจากจังหวะที่ เชมุส วัวลแมน ตักบอลไปเสาไกลให้ ลูก้าส์ ดีญ วิ่งมาแปสวนบอลพุ่งไปชนเสาก่อนกระเด้งมาถูก ริชาร์ลิชอน ที่ยืนอยู่นั่นพอดิบพอดี เข้าไป

นาที 40 โรดรี้ ตักบอลเข้าไปในกรอบ บอลไปติดหัว โฮลเกต ก่อนมาเข้าทาง ฟิล โฟเด้น วิ่งมาซัดด้วยซ้ายแบบไม่จับบอลพุ่งแรงไปเข้ามือ พิคฟอร์ด

จบครึ่งแรก เอฟเวอร์ตัน เสมอกับ แมนฯสิตี้ 1-1 ช่วงหลัง นาที 51 เรือใบสีฟ้าเกือบจะได้ลุ้นขึ้นนำ เมสัน โฮลเกต สกัดบอลไม่ดีไปเข้าเท้า กางร์ที่นาร์โด้ สิลวา เก็บตกซัดด้วยซ้ายเน้นย้ำๆแม้กระนั้นยังไปประจำตัว จอร์แดน พิคฟอร์ด

นาที 55 ไคล์ วอล์คเกอร์ ลากตัดเข้ากึ่งกลางก่อนพนันบอลทะลุช่องให้ กาเบรียล เชซุส เข้าไปซัดเสาแรกด้วยซ้ายแม้กระนั้นบอลพุ่งหลุดกรอบออกไปโชคร้าย

ผู้ร่วมทีมของ เป๊ป ยังเดินหน้าบุกสม่ำเสมอ นาที 61 ได้ลุ้นจากลูกเตะมุม ฟิล โฟเด้น เปิดมาให้ โรดรี้ เทกตัวสลัดขัดไปเสาสองบอลพุ่งถากเสาออกไปอย่างโชคร้าย ดูบอลสด

กระนั้น นาที 63 แมนฯสิตี้ มาได้ประตูกลับขึ้นนำ 2-1 อีกรอบ กางร์ทุ่งนาร์โด้ สิลวา จ่ายสั้นๆให้ ผีเรซ ในกรอบก่อนที่จะ อดีตกาลหน้าแข้งเลสเตอร์ สิตี้ จะซัดด้วยซ้ายข้างถนัดบอลพุ่งแทงเสาไกลเข้าไปอย่างเด็ดขาด

นาที 76 แนวรับของลูกอมมาเสียเม็ดลำดับที่สามต่อ จากการติดต่อประสานงานอันเยี่ยมยอดของ ม่าห์เรซ ฝากขึ้นหน้าให้ กาเบรียล เชซุส แตะต้องให้ กางร์ที่นาร์โด้ สิลวา ที่วิ่งมารับบอลแล้วอัดด้วยซ้ายเข้าไปอย่างงดงามให้ แมนฯสิตี้ นำห่างถึง 3-1

นาที 80 เป๊ป ถอดเอากาเบรียล เชซุส ออกมาพักแล้วส่ง เควิด เดอบรอยน์ ลงไปเล่นแทน ช่วงท้ายเกมยังเป็น ทัพเรือใบที่บุกเข้าใส่มากยิ่งกว่า แม้กระนั้นไม่มีประตูเพิ่มเติมอีก

จบเกม แมนฯสิตี้ บุกมาเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน แบบสนุกสนาน 3-1 เก็บสามแต้มนำเป็นผู้นำฝูงพรีเมียร์ถัดไป โดยมี 56 คะแนน ทิ้งชั้นสองอย่าง “ผีแดง” ที่แข่งขันเสมอกันถึง 10 คะแนน