เปิดใจตนไม่ใช่

เปิดใจตนไม่ใช่ เด็กอายุ 5 ขวบที่จะจำเป็นต้องมาโวยวายร้องไห้งอแง

เปิดใจตนไม่ใช่ ไม่ซื้อก็ไม่ฟูมฟาย  

เปิดใจตนไม่ใช่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลสมองเพชรของ หงส์แดง ประกาศจุดยืนแจ้งชัด ไม่คิดที่จะซื้อ ผู้เล่นกองหลังตัวกลาง ในตอนตลาดพ่อค้า หน้าแข้งรอบ 2 มกราคมนี้ พร้อมกำหนด ไม่ใช่เด็กที่จะต้องมาร้องไห้ฟูมฟาย เวลาที่มิได้สิ่งที่ตัวเองอยากได้

“ลิเวอร์พูล” มิได้กระโจนร่วมไล่ล่าปราการหลัง ตัวกลางมาเสริมกองทัพ ทั้งที่พวกเขา กำลังเจอกับวิกฤติเกมรับ เพราะ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ โจ โกเมซ ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก จนบางครั้งอาจจะจำต้อง พักรักษาตัวอีกทั้งฤดูนี้ ส่วน โฌแอล มาติป ก็ออกอาการสามวันดีสี่วันเดี้ยง กล่าวว่าการมี

ขณะเดียวกับกลุ่มจำต้องใช้งาน ฟาบินโญ่ ยืนเป็นตัวหลัก ในเกมรับชั่วครั้งคราว ครั้งคราว จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ถูกจับมาปฏิบัติหน้าที่ เป็นเซนเตอร์แบ็กคู่กับ กองกลางชาวบราซิเลียน ถึงแม้เหตุการณ์ของ “เดอะ เร้ดส์” เป็นแบบงี้ แต่ว่า คล็อปป์ ก็ไม่คิดขยับหาทางแก้ปัญหา ด้วยการใช้เงินซื้อผู้เล่นใหม่

หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ หงส์แดง ไม่อาจจะซื้อนักฟุตบอลเพิ่มเดี๋ยวนี้เพราะเหตุว่าปัญหาเรื่องการเงินซึ่งส่งผลกระทบมาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แม้กระนั้น คล็อปป์ รับรองแจ่มกระจ่างว่าแม้ไม่มีนักฟุตบอลใหม่ตนก็ไม่คิดที่จะงอแงเป็นเด็กๆแน่ๆ

“ผมไม่ใช่เด็กอายุ 5 ขวบอีกต่อไปแล้ว แบบว่า หากผมมิได้ สิ่งที่ผมอยาก ผมจะเริ่มงอแง และจากนั้น ก็ร้องไห้ มีบ่อยในชีวิตของผม ที่ผมมิได้สิ่งที่ต้องการ โดยเหตุนี้ มันเป็นเรื่องที่คุ้นชินไปแล้ว พวกเรากล่าวกันถึงเรื่องเซนเตอร์ฮาล์ฟ ใช่ ถ้าหากมีนักเตะใหม่ เข้ามามันคงช่วยได้ 100 เปอร์เซนต์”

“พวกเรามีการสนทนา เรื่องเหตุการณ์ต่างๆ ล้นหลาม ในทุกวัน แล้วก็ผมมีการให้คำปรึกษาไปหลายๆเรื่อง แต่ว่าผมไม่สามารถที่จะใช้รายได้ ผมไม่ใช่ผู้ที่ตกลงใจอ่อนนี้ มีหลายคนที่ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องพวกนี้ ส่วนผมไม่สามารถที่จะตกลงใจได้” คล็อปป์ เจาะจง

เปิดใจตนไม่ใช่

ใช้เวลาก่อนฟอร์มโหดเหี้ยม มีเหตุการณ์เสมือนหน้าแข้งคู่ปรปักษ์

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมฟุตบอล เชลซี บอกว่า ไค ฮาแวร์ทซ์ กองกลางดาวรุ่งของกลุ่มเพียงแค่ต้องการเวลาสำหรับการปรับตัวสักหน่อย โดยบอกว่า ฮาแวร์ทซ์ สามารถก้าวไปเป็นนักฟุตบอลชั้นยอดเยี่ยมได้ถ้าได้รับเวลาปรับตัวอย่างเต็มเปี่ยม เสมือนกรณีของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ เควิน เดอ บรอยน์

ฮาแวร์ทซ์ ย้ายมาอยู่กับ เชลซี เมื่อตอนซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ ด้วยค่าตอบแทน ในพื้นฐาน 62 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,480 ล้านบาท) ซึ่งหลายคน ก็มุ่งหวังว่าเขาจะทำผลงานได้เด่น ผลบอลสด

ภายหลังที่ เขาเคยเล่นได้ดิบได้ดีตอนอยู่กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แต่เปลี่ยนเป็นว่าจนกระทั่งในช่วงเวลานี้หน้าแข้งวัย 21 ปี ยังไม่อาจจะโชว์ฟอร์มเก่งได้เลย จนบางบุคคล ถึงขั้นเห็นว่า เขาเป็นการเสริมกองทัพ ที่ล้มเหลวที่สุด ของฤดูกาลนี้แล้ว

แลมพาร์ด เปิดเผยว่า “จากการทื่ได้ดำเนินงานร่วมกับ ไค น่ะ ผมก็เลยสามารถบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่าเขาไม่มีปัญหา เรื่องความเอาจริงเอาจังเลย แต่ถ้าหากคุณถามว่า ในขณะนี้ เขามีความมั่นใจมาก อย่างกับเมื่อก่อนรึเปล่า มันก็จะต้องตอบว่า ไม่ เพราะเขากำลังพบกับขณะ ที่เหนื่อยยาก ราวกับผู้อื่นในกลุ่ม”

“เควิน เดอ บรอยน์ กับ โม ซาลาห์ ก็เคยย้ายมาเล่นตรงนี้ ตอนอายุพอกับ ไค พวกเขาจะต้องย้ายไปเล่นที่อื่นๆรวมทั้ง ใช้เวลาพักหนึ่งก่อนจะกลับมา รวมทั้งในตอนนี้ พวกเขาก็เข้าขั้น เป็นตำนานของ พรีเมียร์ลีก แล้ว

ผมเองก็ไม่ต้องการ ประจบสอพลอ ไค แล้วก็ทำให้เขาบีบคั้นหรอกนะ แต่ว่าเห็นได้ชัดว่า บรรดาวรุ่งที่ย้ายมาเล่นในลีกนี้น่ะ จำเป็นต้องใช้เวลา ในการปรับพฤติกรรม ทุกคนจะต้องให้เวลาพวกเขา, ทรหดอดทน กับพวกเขา แล้วก็บางทีอาจจะไม่พุ่งเป้า ไปที่พวกเขา”

“มันไม่ใช่ว่า ทุกสิ่งจะเกิดขึ้นในเวลา เพียงแค่ไม่กี่เดือน หรือจากการเล่นเพียงแค่ครั้งเดียว เขามีสไตล์การเล่นในแบบที่ หากทำบางอย่างไม่เป็นผลสำเร็จแล้วล่ะก็ ผู้คนก็จะต้องการรุมสับเขา ตลอดตอนหลายปีที่ผ่านมา ผมมองเห็นนักเตะแบบงี้ มาแล้วหลายคน แล้วก็บางราย ก็เป็นนักฟุตบอล ที่เก่งมากมายๆด้วย

แต่ว่าผมบอกกับพวกคุณเลยว่า ความเป็นจริงเป็นจังของเขา มันสูงมากมายๆ เขาวิ่งเป็นระยะทางรวม มากมายในหลายนัดหมาย และก็สถิติของเขา ก็สะดุดตาสุดๆ เขาก็แค่ปรารถนาเวลาด้วยเหตุว่าพวกเรามองเห็นเรื่องแบบงี้เกิดมาแล้วหลายต่อบ่อยกับนักเตะคนจำนวนไม่น้อย”

“ผมรู้จักเขาอย่างดีเยี่ยม เขาเป็นหนุ่มน้อยที่ดี รวมทั้งงานของผมก็คือการอบรมเขาให้เหมือนกับการอบรมสั่งสอนนักฟุตบอลดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาสู่กลุ่มชุดใหญ่ได้เมื่อฤดูก่อนที่จะสร้างชื่อให้กับตนเองได้ไปแล้ว ดูบอลสด

นอกจากนั้นผมก็ต้องรอปรับปรุงเขาให้ได้ถัดไปด้วย ขณะนี้มันตรงเวลาที่จำเป็นต้องทำให้เขามีความมั่นใจ รวมทั้งแสดงออกว่าผมสนับสนุนเขา ผมจำเป็นต้องแสดงให้เขาเห็นว่าผมช่วยเหลือเขาอย่างเต็มเปี่ยม”